วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

คอลัมน์: สยามรัฐผลัดใบ: 'วันครู'ในมิติของอาเซียน...


          รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต

          หากกล่าวว่า วันที่ 20 พฤศจิกายน ที่ผ่านมานั้น เป็น"วันครู" เชื่อว่าหลายคนอาจจะรู้สึกงง หรือหากกล่าวว่าวันที่ 25 พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้เป็น "วันครู" ก็ยิ่งเชื่อว่าหลายคนอาจจะยิ่งรู้สึกฉงนงงงวยมากขึ้นเป็นทวีคูณหรือบางคนอาจจะแสดงความคิดเห็นกลับมาว่า "วันครู" ตรงกับวันที่ 16 มกราคมไม่ใช่หรือ?
          วันที่ 16 มกราคมของทุกปี ตรงกับ "วันครูไทย" ก็จริง แต่ในวันที่ 20 พฤศจิกายน ของทุกปีตรงกับ "วันครูสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม"...วันที่ 25 พฤศจิกายน ของทุกปีตรงกับ"วันครูสาธารณรัฐอินโดนีเซีย"
          นอกจากนั้นวันที่ 16 พฤษภาคม ของทุกปี ตรงกับ "วันครูมาเลเซีย"...วันที่ 1 กันยายน ของทุกปี ตรงกับ "วันครูสิงคโปร์"...วันที่ 23 กันยายน ของทุกปี ตรงกับ "วันครูของบรูไนดารุสซาลาม" ส่วนวันที่ 7 ตุลาคม ของทุกปี ตรงกับ "วันครูของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว"



          ที่กล่าวไปทั้งหมดนี้ คือ "วันครู" ของประเทศต่างๆ ที่อยู่ในประชาคมอาเซียน ซึ่งแต่ละประเทศก็มีการกำหนดวันครูที่แตกต่างกัน แต่อย่างไรก็ตาม จุดประสงค์ของ "วันครู" แต่ละประเทศน่าจะมีความคล้ายคลึงกัน ก็คือ เพื่อให้เป็นวันแห่งการรำลึกถึงความสำคัญของครู ในฐานะที่เป็นผู้เสียสละ เป็น "ปูชนียบุคคล" ที่ประกอบคุณงามความดีเพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นอันมาก
          ดังนั้นการที่แต่ละประเทศในอาเซียนต่างให้ความสำคัญกับ "ครู" ย่อมสะท้อนให้เห็นบทบาทของครูที่มีต่อสังคมของแต่ละประเทศนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ซึ่งเป็นการหลอมรวมประเทศต่างๆ ในอาเซียนให้เป็นหนึ่งเดียว โดยมี 3 เสาหลัก คือ
          ประชาคมการเมืองความมั่นคงอาเซียน (ASEAN PoliticalSecurity Community - APSC) โดยความมั่นคงและเสถียรภาพทางการเมืองเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาด้านอื่นๆประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียนจึงเป็นเสาหลักความร่วมมือ 1 ใน 3 เสาหลัก ที่เน้นการรวมตัวของอาเซียนเพื่อสร้างความมั่นใจ เสถียรภาพ และสันติภาพในภูมิภาค เพื่อให้ประชาชนในอาเซียนอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข และปราศจากภัยคุกคามด้านการทหาร และภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ เช่น ปัญหายาเสพติด และปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ
          ขณะที่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community-AEC)เกิดขึ้นจากการที่บริบททางเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนระหว่างประเทศที่มีการแข่งขันสูง อันส่งผลให้ประเทศต่างๆ ต้องปรับตัวเองเพื่อให้ได้รับประโยชน์จากระบบเศรษฐกิจโลก รวมถึงการรวมกลุ่มการค้ากันของประเทศต่างๆอาทิ สหภาพยุโรป และเขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ
          ส่วนประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community - ASCC) มีเป้าหมายให้อาเซียนเป็นประชาคมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง สังคมที่เอื้ออาทรและแบ่งปัน ประชากรอาเซียนมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดี และมีการพัฒนาในทุกด้านเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนส่งเสริมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน รวมทั้งส่งเสริมอัตลักษณ์ของอาเซียน
          การรวมตัวของประชาคมอาเซียน ซึ่งขับเคลื่อนโดยอาศัย3 เสาหลักดังกล่าวนั้น ย่อมส่งผลกระทบต่อวงการการศึกษาไทยอย่างแน่นอน เนื่องจากการรวมตัวจะทำให้เกิดผลกระทบต่อคุณลักษณะของทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งต้องมีศักยภาพเพียงพอต่อการแข่งขันกับทั้งในระดับภูมิภาคและโลก โดยต้องมีคุณสมบัติในการปรับตัว ทักษะเหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลง ตลอดจนต้องเป็นพลเมืองที่เก่งและดีอีกด้วย
          ผลกระทบดังกล่าวนั้น ทำให้ "การศึกษาไทย" จำเป็นต้องปรับตัว เพื่อทำหน้าที่พัฒนาคนและสังคม ตลอดจนสร้างทรัพยากรที่พร้อมรับการเป็นประชาคมอาเซียน การปรับตัวของการศึกษาไทยต่อการเป็นประชาคมอาเซียนนั้น จำเป็นต้องอาศัยบุคลากร โดยเฉพาะครู เป็นตัวจักรสำคัญแห่งการพัฒนาเมื่อจำเป็นต้องใช้ครูเป็นแรงขับเคลื่อน สิ่งหนึ่งที่ภาครัฐและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องปฏิบัติ คงหนีไม่พ้นการวางนโยบายที่มีความชัดเจน เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติและดำเนินการให้แก่ครู
          เวียดนาม เป็นประเทศที่มีความตื่นตัวต่อการเปลี่ยนแปลงอันเกิดจากประชาคมอาเซียน โดยเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ซึ่งเป็น"วันครูของเวียดนาม" ได้มีการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อฉลองวันครูโดยประธานาธิบดีเจือง เติ๊น ซาง ได้เป็นประธานในงานดังกล่าว และกล่าวย้ำถึงเป้าหมายบทบาทสำคัญของการศึกษาในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการสร้างสรรค์ให้สถาบันการศึกษาเป็นศูนย์กลางด้านการฝึกอบรมและวิจัยวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงในระดับภูมิภาคและโลก เน้นการพัฒนาหลายสาขาอาชีพ เพื่อตอบสนองความต้องการในการพัฒนาประเทศและแนวโน้มการพัฒนาของโลก
          ในขณะที่ประเทศไทยก็มีความตื่นตัวต่อการเปลี่ยนแปลงอันเกิดจากประชาคมอาเซียนไม่น้อย เนื่องจาก"วันครู" ปี 2556 ที่จะถึงนี้ได้มีการจัดนิทรรศการเพื่อเตรียมความพร้อมของครูสู่ประชาคมอาเซียน น่าจะทำให้ "ครู" ได้รับความรู้เกี่ยวกับอาเซียนไม่มากก็น้อยทีเดียว...
          ณ วันนี้"ครู"คงไม่อาจหลีกเลี่ยงบทบาทในการพัฒนาประเทศในยุคประชาคมอาเซียนได้ ดังนั้น "วันครู" จึงไม่สามารถมองเพียงแค่มิติของ"วันครูไทย"เท่านั้น แต่ต้องมองเป็น "วันครู"ในมิติของอาเซียนได้อีกด้วย...
          ก็ไม่ได้วาดหวังอะไรมาก แค่ขอให้รู้จักนำ "วันครู"มาประยุกต์ใช้เพื่อสื่อสารกับ "ครู" และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับประชาคมอาเซียนให้ได้มากกว่าเดิมก็น่าจะเพียงพอแล้ว...
          เพราะถ้า "ครู" เข้าใจถ่องแท้ เรื่องสอนเด็กให้เข้าใจเรื่องอาเซียนก็คงไม่ใช่เรื่องยาก... เชื่อมือ "ครูไทย" เถอะ..!!


          ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น